ข้อสอบปลายภาค ม.3 ท๒๓๑๐๑

ข้อสอบปลายภาค ม.3 ท๒๓๑๐๑ worksheet preview image
Language
THA
Assignments
35 classrooms used this worksheet

1.จากนิทานคำกลอนเรื่องพระอภัยมณี ตอน พระอภัยมณีหนีนางผีเสื้อสมุทร คำในข้อใดให้ความหมายไม่ถูกต้อง ก. ขุนไศล หมายถึง ภูเขาใหญ่ ข. ตรีชา หมายถึง ตำหนิ กล่าวโทษ ค. ผนิด หมายถึง ปิดแน่น ง. พะเนิน หมายถึง เนินที่เตี้ยกว่าภูเขา 2. คำประพันธ์ในข้อใดไม่มีคำที่แปลว่า น้ำ ก. กลางคงคาสารพัดจะขัดเคือง จงทราบเบื้องบงกชบทมาลย์ ข. โดดลำพองลองเชิงละเลิงมา เห็นแผ่นผาพิงผนิดปิดหนทาง ค. เลียบลีลาศหาดทรายชายคงคา แลชลาล้วนคลื่นเสียงครื้นโครม ง. เห็นฝูงเงือกเกลือกกลิ้งมากลางชล คิดว่าคนมีหางเหมือนอย่างปลา 3. คำประพันธ์ในข้อใดไม่ได้กล่าวถึงปลา ก. ตะเพียนทองล่องน้ำนำตะเพียน ข. กระโห้เรียงเคียงกระโห้ขึ้นโบกหาง ค. มังกรเกี่ยวเลี้ยวลอดกอดมังกร ง. ประชุมซ่อนแฝงชลขึ้นวนเวียน 4. บทประพันธ์ในข้อใดมีถ้อยคำสำนวนคำสอน ก. พี่ขอบุตรสุดใจเอาไปด้วย เป็นเพื่อนม้วยเหมือนสุดามารศรี ขอลาแก้วแววตาไปธานี อย่าราคีขุ่นข้องให้หมองมัว ข. คิดถึงน้องสองชนกที่ปกเกล้า จะสร้อยเศร้าโศกาน่าสงสาร ด้วยพลัดพรากจากมาเป็นช้านาน ไม่แจ้งการว่าข้างหลังเป็นอย่างไร ค. แม้นสิ้นสูญบุญนางในปางนี้ ไม่มีที่พึ่งพาจะอาศัย จะกอดศพซบหน้าโศกาลัย ระกำใจกว่าจะม้วยไปด้วยกัน ง. ทั้งนี้เพราะเคราะห์กรรมทำให้วุ่น จึงสิ้นบุญวาสนาสีกาเอ๋ย เห็นมิได้ไปอยู่เป็นคู่เชย ด้วยสองเคยปลูกเลี้ยงกันเพียงนั้น 5. บทประพันธ์นี้ มีถ้อยคำสำนวนในเรื่องใด เสียแรงรักหนักหนาอุตส่าห์ถนอม สู้อดออมสารพัดไม่ขัดขืนช่างกระไรใจจืดไม่ยืดยืน นางสะอื้นอ้าปากจนรากเรอ ก. การตัดพ้อ ข. การแสดงความรัก ค. การต่อว่า ง. การสั่งสอน 6. คำประพันธ์ในข้อใดมีสัมผัสในมากที่สุด ก. แล้วเสกทรายปรายขว้างมากกลางคลื่น ข. รูปก็กากปากก็เปราะไม่เหมาะเหม็ง ค. พลางเข่นเขี้ยวเคี้ยวกรามคำรามร้อง ง. อย่าโศกศัลย์แคล้วคลาดเหมือนชาตินี้ 7. ข้อใดมีการสอดแทรกคติธรรมในการดำรงชีวิต ก. พระโยคีมีญาณว่าหลานรัก จงสำนักอยู่ให้สมอารมณ์หมาย อันยักษีผีสางสมุทรพราย มาถูกทรายชายหาดก็ขาดใจ ข. เห็นตอหลักปักขวางหนทางอยู่ พิเคราะห์ดูควรทิ้งแล้วจึงถอน เห็นเต็มตาแล้วอย่าทำปากบอน ตรองเสียก่อนจึงค่อยทำกรรมทั้งปวง ค. นางผีเสื้อเหลือโกรธพิโรธร้อง มาตั้งช่องศีลจะมีอยู่ที่ไหน ช่างเฉโกโยคีหนีเข้าใช้ ไม่อยู่ในศีลสัตย์มาตัดรอน ง. พงศ์กษัตริย์ตรัสชวนสินสมุทร สอนให้บุตรขอสมาอัชฌาสัย พระทรงบ่าเงือกน้ำงามวิไล พระหน่อไทขอสมาขึ้นบ่านาง 8. บทพากย์เอราวัณ มาจากวรรณคดีมรดกเล่มใดของไทย ก. อิเหนา ข. รามเกียรติ์ ค. พระอภัยมณี ง. มหาเวสสันดรชาดก 9. บทประพันธ์นี้มีอาวุธทั้งหมดกี่ชนิด "ล้วนถืออาวุธเกรียงไกร โตมรศรชัย พระขรรค์คทาถ้วนตน" ก. 3 ชนิด ข. 4 ชนิด ค. 5 ชนิด ง. 6 ชนิด 10. ข้อใดถอดคำประพันธ์จากบทพากย์เอราวัณได้ถูกต้อง "อินทรชิตบิดเบือนกายิน เหมือนองค์อมรินทร์ ทรงคชเอราวัณ" ก. อินทรชิตออกรบโดยทรงช้างเอราวัณ ข. พระอินทร์ออกรบโดยทรงช้างเอราวัณ ค. อินทรชิตและพระอินทร์ออกรบโดยทรงช้างเอราวัณ ง. อินทรชิตแปลงกายเหมือนพระอินทร์ทรงช้างเอราวัณ 11. จุดประสงค์ในการแต่ง บทพากย์เอราวัณ คือข้อใด ก.ใช้สำหรับแสดงโขน ข. ใช้สำหรับแสดงละครใน ค. ใช้สำหรับแสดงละครนอก ง. เพราะกลัวของเก่าจะสูญหายไป 12. ข้อใดเป็นภาษาระดับทางการ ก. นับวันวิวัฒนาการของสังคมมนุษย์จะมีอิทธิพลต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้นทุกที ข. ฝ่ายหารายได้จัดทำของที่ระลึกออกมาจำหน่าย ปรากฏว่าขายดิบขายดีจนต้องสั่งผลิตเพิ่มอีก ค. แคคตัสเป็นต้นไม้ที่มีเสน่ห์ แต่มองเผิน ๆ แล้วอาจจะรู้สึกว่าต้นไม้นี้อันตรายเพราะลำต้นเต็มไปด้วยหนาม ง. ทุเรียนเป็นผลไม้มีฤทธิ์ร้อน ต้องรับประทานมังคุดที่เป็นผลไม้มีฤทธิ์เย็นด้วย ร่างกายจึงจะคลายความร้อนได้ 13. ข้อความใดเป็นภาษาปาก ก. ฉันชอบดื่มกาแฟร้านนี้เพราะคนชงกาแฟมีฝีมือขั้นเทพ ข. เขาเป็นนักธุรกิจอุตสาหกรรมสิ่งทอที่มีชื่อเสียงของประเทศ ค. คุณยายดูแลสุขภาพด้วยการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ง “กิจกรรมเล่านิทานสร้างสรรค์” จัดขึ้นในเดือนพฤษภาคม พุทธศักราช 2560 14. ข้อใดเป็นภาษาระดับทางการ ก. เขาเป็นนักปลูกบัวที่มีฝีมือและมีความรู้ชนิดหาตัวจับยากคนหนึ่ง ข. บัวเป็นต้นไม้ที่ดูแลไม่ยาก เติบโตรวดเร็ว ภายในเวลาไม่กี่เดือนเท่านั้นเอง ค. นอกจากเขาจะขายกาแฟแล้ว ในเร็ว ๆ นี้ เขามีแพลนว่าจะต่อยอดธุรกิจการเลี้ยงผึ้งอีกด้วย ง. เรือนเพาะชำกล้วยไม้ ควรมีหลังคาที่ใช้วัสดุชนิดโปร่งแสงป้องกันฝนและให้อากาศถ่ายเทได้ดี 15. ข้อใดใช้ระดับภาษาทางการในการเขียนรายงาน ก. การเดินทางเป็นการแสวงหาประสบการณ์ชีวิต ข. หน้ากากอนามัยกันฝุ่นพิษจิ๋ว ๆ 2.5 พี เอ็ม หาซื้อยาก ค. หน้าร้อนนี้หลายครอบครัวเดินทางไปเที่ยวชายทะเลจังหวัดต่าง ๆ ง. ดารานักแสดงต่างตั้งตาคอยการประกาศผลนักแสดงยอดเยี่ยมประจำปี 16. ข้อใดไม่ใช้ระดับภาษาทางการ ก. เมืองเพตรา ประเทศจอร์แดน เป็น 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก ข. เมืองเพตราเป็นนครโบราณกลางทะเลทรายที่เกิดขึ้นมากกว่า 2,000 ปี ค. จุดเด่นของเมืองเพตราคือปราสาทหินแกะสลัก (The Treasury) ที่สวยงาม ง. เมื่อย่ำเท้าเข้าไปอีกไม่ไกลนักจะเห็นเนินผาหินสีชมพู ซึ่งจะทำให้เรารู้ซึ้งถึงความมหัศจรรย์ของโลก 17. ข้อใดใช้ภาษาปาก ก. คุณสะดวกที่จะทำงานนี้หรือไม่ ข. ดิฉันเห็นว่าค่าครองชีพในปัจจุบันสูงขึ้นมาก ค. ธรรมชาตินั้นให้แต่คุณประโยชน์แก่มนุษย์จริงหรือ ง. บนทางเท้าในกรุงเทพฯ มักจะเต็มไปด้วยพ่อค้าแม่ขาย เค้าขายของกันหลายอย่าง 18. ข้อใดใช้ภาษาเขียน ก. ผมสงสัยว่าอีกสักร้อยปีโลกจะเป็นยังไง ข. ดิฉันรู้สึกว่าโลกนี้ช่างอยู่ยากขึ้นไปทุกวัน ค. นักดาราศาสตร์ค้นพบดาวดวงอื่นที่มีลักษณะใกล้เคียงกับโลก ง. หลายคนไม่ชอบรับประทานอาหารเช้า จะทานแต่ขนมปังกับกาแฟเท่านั้น 19. "เสียงลือเสียงเล่าอ้าง อันใด พี่เอย เสียงย่อมยอยศใคร ทั่วหล้า สองเขือพี่หลับใหล ลืมตื่น ฤๅพี่ สองพี่คิดเองอ้า อย่าได้ถามเผือ"บทประพันธ์ข้างต้นเป็นบทประพันธ์ประเภทใด ก. กลอนสี่ ข. กลอนหก ค. กลอนแปด ง. โคลงสี่สุภาพ 20. "เสียงลือเสียงเล่าอ้าง อันใด พี่เอย เสียงย่อมยอยศใคร ทั่วหล้า สองเขือพี่หลับใหล ลืมตื่น ฤๅพี่ สองพี่คิดเองอ้า อย่าได้ถามเผือ"บทประพันธ์ข้างต้นคำบังคับใช้คำเอก และ คำโท กี่แห่ง ก. คำเอก 5 แห่ง , คำโท 2 แห่ง ข. คำเอก 6 แห่ง , คำโท 3 แห่ง ค. คำเอก 7 แห่ง , คำโท 4 แห่ง ง. คำเอก 8 แห่ง , คำโท 5 แห่ง 21. "เสียงลือเสียงเล่าอ้าง อันใด พี่เอย เสียงย่อมยอยศใคร ทั่วหล้า สองเขือพี่หลับใหล ลืมตื่น ฤๅพี่ สองพี่คิดเองอ้า อย่าได้ถามเผือ"บทประพันธ์ข้างต้นคำในข้อใดเป็นคำสร้อย ก. พี่เอย , ฤๅพี่ ข. พี่เอย , ทั่วหล้า ค. ลืมตื่น , ฤๅพี่ ง. เองอ้า , ฤๅพี่ 22. คำในข้อใด ใช้เติมตำแหน่ง (1) และ (2) ในคำประพันธ์ต่อไปนี้ได้ถูกต้องตามฉันทลักษณ์ ดอกไม้......(1)...... ตาตรู ส้มแสดแดงชมพู มากหยิ้ง หอมรื่นชื่อชมดู งามเด่น สวยสดพาเพริศพริ้ง .....(2).....เพลิดเพลิน ก. (1) แต่งแต้ม (2) โลกล้วน ข. (1) เลอเลิศ (2) คือหอม ค. (1) นานา (2) เยี่ยมหยิ้ง ง. (1) แต้มแต่ง (2) ดูแล้ว 23. ข้อความข้อใดไม่สามารถเติมในบาทที่ 3 ของโครงสี่สุภาพต่อไปนี้ได้ถูกต้องตามฉันทลักษณ์ เดือนช่วงดวงเด่นฟ้า ดาดาว จรูญจรัสรัศมีพราว พร่างพร้อย .......................................... ............................................ เย็นฉ่ำน้ำค้างย้อย เยือกฟ้าพาหนาวฯ ก. ยามดึกนึกหนาวหนาว เขนยแนบ แอบเอย ข. ยามค่ำเจ็บเหน็บหนาว เขนยห่อน อุ่นเอย ค. ยามค่ำฟ้าสกาว งามเด่น ยิ่งเอย ง. ยามดึกเยียบเย็นหนาว หาอุ่น ใจเอย 24. "ฝูงชนกำเนิดคล้าย คลึงกัน ใหญ่ย่อมเพศผิวพรรณ แผกบ้าง ความรู้อาจเรียนทัน กันหมด เว้นแต่ชั่วดีกระด้าง ห่อนแก้ฤๅไหว"คำประพันธ์ข้างต้นแสดงคุณค่าด้านใดอย่างชัดเจน ก. เนื้อหาให้ความรู้ ข. ข้อคิดในการใช้ชีวิต ค. วิธีการเปรียบเทียบ ง. การอ้างอิงน่าเชื่อถือ 25. "ฝูงชนกำเนิดคล้าย คลึงกัน ใหญ่ย่อมเพศผิวพรรณ แผกบ้าง ความรู้อาจเรียนทัน กันหมด เว้นแต่ชั่วดีกระด้าง ห่อนแก้ฤๅไหว"คำประพันธ์ข้างต้นให้ความสำคัญเรื่องใดอย่างชัดเจน ก. ชาติกำเนิด ข. พฤติกรรม ค. ผิวพรรณ ง. ความรู้ 26. ข้อใดไม่ใช่หลักการเขียนย่อความ ก. อ่านเรื่องที่ย่ออย่างละเอียด ข. ไม่ใช้อักษรย่อ ค. ภาษาต้องกะทัดรัดได้ใจความ ง. ตัดคําราชาศัพท์ทิ้ง 27. ย่อความประกอบด้วยส่วนสําคัญอะไรบ้าง ก. ใจความสําคัญ สรุป ข. คําขึ้นต้น คําลงท้าย ค. ส่วนนํา ใจความสําคัญ ง. ส่วนนำ ส่วนสรุป 28. การเขียนย่อความควรใช้วิธีเขียนอย่างไรจึงจะดีที่สุด ก. อ่านวิเคราะห์ไปพร้อมกับเขียนย่อไป ข. ตีความแต่ละย่อหน้าแล้วนำมาเขียนเรียงลำดับด้วยสำนวนของตนเอง ค. อ่านจับใจความสำคัญแล้วจึงเรียบเรียงเป็นข้อความด้วยสำนวนตนเอง ง. ขีดเส้นใต้ข้อความที่เป็นใจความสำคัญแล้วนำมาเรียบเรียงเขียนให้ต่อเนื่องกัน 29. “ข้าอุตส่าห์มาเคารพอภิวันท์ เป็นอนันต์อานิสงส์ดำรงกาย”จากบทประพันธ์คำที่ขีดเส้นใต้อ่านว่าอย่างไร ก. อะ – พิ – วัน ข. อบ – พิ – วัน ค. อะ – พิ – วัด ง. อบ – พิ – วัด 30. คําใดอ่านแบบเรียงพยางค์ ก. สมาคม อ่านว่า สะ-มา-คม ข. โจรสลัด อ่านว่า โจน-สะ-หลัด ค. โบราณคดี อ่านว่า โบ-ราน-นะ-คะ-ดี ง. พุทธศาสนา อ่านว่า พุด-ทะ-สาด-สะ-หนา

Use This Worksheet