แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ปลายภาครายวิชาเคมีเพิ่มเติม ภาคเรียนที่ 1/ 2564 ม.4/10

แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ปลายภาครายวิชาเคมีเพิ่มเติม  ภาคเรียนที่ 1/ 2564  ม.4/10 worksheet preview image
Subjects
Chemistry
Language
THA
Assignments
46 classrooms used this worksheet

Master chemical bonds! Practice ionic, covalent, and metallic bonding with our free worksheet.

ให้นักเรียนกรอกข้อมูลให้สมบูรณ์ ชื่อ-สกุล เลขที่....... ตอนที่ 1 ปรนัย 4 ตัวเลือก 20 ข้อ 20 คะแนน คำชี้แจง ให้เลือกข้อที่ถูกต้องที่สุดเพียงข้อเดียว 1. ข้อใดถูกต้องเกี่ยวกับพันธะเคมี พลังงานของพันธะเคมีจะเพิ่มขึ้นตามความยาวของพันธะเคมี พันธะเคมีเกิดจากแรงกระทำระหว่างอิเล็กตรอนกับอิเล็กตรอน พันธะเคมีเกิดจากการยึดเหนี่ยวกันของอะตอมหรือไอออนในสาร พันธะเคมีเกิดขึ้นเมื่ออะตอมที่มาสร้างพันธะกันมีอิเล็กตรอนเป็นจำนวนคี่เท่านั้น 2. “อะตอมของธาตุมีแนวโน้มสร้างพันธะกับอะตอมของธาตุอื่นเพื่อให้มีเวเลนต์อิเล็กตรอนเป็น 8 เหมือนแก๊สเฉื่อย” เรียกกฏนี้ว่าอะไร กฎออกซิเดชั่น กฎออกเตต กฎไอออนิก กฎโคเวเลนต์ 3.จงพิจารณาข้อความต่อไปนี้ ข้อใดถูกต้อง พันธะโลหะเป็นพันธะที่เกิดจากธาตุที่มีค่าพลังงานไอออไนเซชันสูง พันธะโคเวเลนต์เป็นพันธะที่เกิดจากธาตุที่มีค่าอิเล็กโตรเนกาติวิตีต่ำ พันธะไอออนิกมีการยึดเหนี่ยวกันระหว่างไอออนบวกกับอิเล็กตรอนอิสระ พันธะโคเวเลนต์เป็นพันธะที่เกิดจากอะตอมใช้เวเลนต์อิเล็กตรอนร่วมกันเป็นคู่ ๆ 4. ข้อใดให้ความหมายของพันธะไอออนิก (Ionic bond) ได้ถูกต้องที่สุด แรงยึดเหนี่ยวที่เกิดระหว่างโลหะรวมตัวกับอโลหะ แรงดึงดูดทางไฟฟ้าระหว่างประจุไฟฟ้าตรงข้ามกัน แรงยึดเหนี่ยวที่เกิดระหว่างอโลหะรวมตัวกับอโลหะ แรงยึดเหนี่ยวที่เกิดในสารโดยที่อะตอมของธาตุที่มีค่าพลังงานไอออไนเซซันต่ำให้เวเลนซ์อิเล็กตรอนแก่อะตอมของธาตุที่มีค่าพลังงานไอออนไนเซชันสูง 5. การที่โลหะรวมกับอโลหะแล้วโลหะจะให้อิเล็กตรอนแก่อโลหะเกิดไอออนบวกและไอออนลบดึงดูดกันด้วยแรงดึงดูดไฟฟ้าสถิต สร้างพันธะไอออนิกขึ้นในสารประกอบนั้น เพราะเหตุใด โลหะมีขนาดอะตอมเล็กกว่าอโลหะ อโลหะมีขนาดอะตอมใหญ่กว่าโลหะ โลหะมีค่า IE ต่ำ จึงให้อิเล็กตรอนได้ง่าย เพื่อปรับเวเลนซ์อิเล็กตรอน แบบก๊าซเฉื่อย โลหะมีค่า IE สูง จึงให้อิเล็กตรอนได้ง่าย เพื่อปรับเวเลนซ์อิเล็กตรอน แบบก๊าซเฉื่อย 6. สารประกอบใดต่อไปนี้ ไม่ได้ เกิดจากพันธะไอออนิก NaF , NaCl NaNO3 , NH4F BaSO4 , CuS CO2 , HCl 7. ข้อใดไม่ใช่สมบัติของพันธะไอออนิก 1. เกิดจากแรงดึงดูดทางไฟฟ้า 2. เกิดจากธาตุเอาเวเลนต์อิเล็กตรอนมาใช้ร่วมกัน 3. ยึดระหว่างโลหะกับอโลหะ 4. ยึดระหว่างอโลหะกับอโลหะ 1,2 2,4 1,2,3 1,2,3,4 8. ผลึกไอออนิกแตกหักเมื่อมีแรงเข้าไปกระทำเพราะเหตุใด ประจุชนิดเดียวกันผลักกัน อิเล็กตรอนหลุดออกจากผลึก จำนวนประจุบวกและลบไม่เท่ากัน อิเล็กตรอนเคลื่อนที่เร็วขึ้น เนื่องจากมีพลังงานจลน์มากขึ้น 9. เกลือ NaCl ที่อุณหภูมิปกติ มีสมบัติอย่างใด นำไฟฟ้าได้ดี จุดหลอมเหลวสูง มีความดันไอสูง ถูกทั้ง ก. ข. และ ค. 10. ถ้า A, B ,C ,D เป็นธาตุที่มีเลขอะตอม 7, 11, 17 และ 20 ตามลำดับ สูตรของไอออนและสารประกอบไอออนิกในข้อใดถูกต้อง ก ข ค ง 11. A เป็นธาตุที่มีการจัดอิเล็กตรอนเป็น 2 8 6 เมื่อรวมกับธาตุ B ได้สารประกอบที่มีสูตร AB2 ธาตุ B ควรมีเวเลนต์อิเล็กตรอนเท่าใด 1 2 3 4 12. กำหนดปฏิกิริยาเคมีให้ดังนี้ 1. K(g) ----> K+(g) 2. I(g) + e- ----> I-(g) 3. K+(g) + I-(g) ----> KI(s) 4. K(s) ----> K(g)พลังงานที่เกี่ยวข้องในปฏิกิริยาที่กำหนดให้มีชื่อเรียงตามลำดับอย่างไร พลังงานไอออไนเซชัน พลังงานแลตทิช พลังงานการระเหิด สัมพรรคภาพอิเล็คตรอน พลังงานไอออไนเซชัน สัมพรรคภาพอิเล็คตรอน พลังงานแลตทิช พลังงานการระเหิด สัมพรรคภาพอิเล็คตรอน พลังงานไฮเดรชัน พลังงานแลตทิช พลังงานการหลอมละลาย สัมพรรคภาพอิเล็คตรอน พลังงานแลตทิช พลังงานการระเหิด พลังงานพันธะ 13. ข้อใดไม่ใช่สมบัติของสารประกอบไอออนิก แข็งแต่เปราะ จุดเดือด และจุดหลอมเหลวต่ำ หน่วยที่เล็กที่สุดของพันธะ เรียกว่า ไอออน เมื่อละลายน้ำสามารถนำไฟฟ้าได้ 14. ข้อความต่อไปนี้ ข้อใด ผิด สารประกอบไอออนิกมักจะเกิดระหว่างธาตุที่มีพลังงานไอออไนเซชันต่ำกับธาตุที่มีค่าอิเล็กโทรเนกาติวิตีสูง เมื่อหลอมเหลวสารประกอบไอออนิกจะเป็นปฏิกิริยาดูดความร้อน การเกิดสารประกอบไอออนิกจะเป็นปฏิกิริยาดูดความร้อน สารประกอบไอออนิกยึดเหนี่ยวกันด้วยแรงไฟฟ้า 15. สารประกอบ Fe(OH)2 อ่านชื่อได้ตรงกับข้อใด ไอรอนไฮดรอกไซด์ ไอรอน (I) ไฮดรอกไซด์ ไอรอน (II) ไฮดรอกไซด์ ไอรอน (III) ไฮดรอกไซด์ 16. ข้อใดต่อไปนี้ถูกต้อง ค่าพลังงานแลตทิซน้อยกว่าค่าพลังงานไฮเดรชัน การละลายจะเป็นกระบวนการคายพลังงาน ทำให้สารละลายได้ดีที่อุณหภูมิต่ำ ค่าพลังงานแลตทิซน้อยกว่าค่าพลังงานไฮเดรชัน การละลายจะเป็นกระบวนการดูดพลังงาน ทำให้สารละลายได้ดีที่อุณหภูมิต่ำ ค่าพลังงานแลตทิซมากกว่าค่าพลังงานไฮเดรชัน การละลายจะเป็นกระบวนการคายพลังงาน ทำให้สารละลายได้ดีที่อุณหภูมิสูง ค่าพลังงานแลตทิซมากกว่าค่าพลังงานไฮเดรชัน การละลายจะเป็นกระบวนการดูดพลังงาน ทำให้สารละลายได้ดีที่อุณหภูมิต่ำ 17. สารประกอบไอออนิกใดต่อไปนี้ละลายน้ำทั้งหมด BaCl2 CaSO4 AgNO3 BaCO3 KCl Mg(OH)2 BaCl2 CaSO4 AgNO3 BaCO3 KCl Mg(OH)2 BaCl2 AgNO3 BaCO3 CaSO4 AgNO3 Mg(OH)2 18. จงพิจารณาข้อต่อไปนี้ 1. AgNO3 + LiCl ----> AgCl + NaNO3 2. Ag+ (aq) + NO3- (aq) + Li+ (aq) + Cl-(aq) ----> AgCl (s) + Li+ (aq) + NO3- (aq) 3. Ag+ (aq) + Cl- (aq) ----> AgCl (s)ข้อใดเป็นสมการไอออนิกสุทธิ 1 2 3 ไม่มีข้อถูก 19. ข้อใด ไม่ถูกต้อง เกี่ยวกับพันธะโคเวเลนต์ พันธะเกิดจากการใช้เวเลนต์อิเล็กตรอนร่วมกัน พันธะเกิดจากการให้และรับเวเลนต์อิเล็กตรอนระหว่างไอออน เกิดจากการรวมตัวของธาตุอโลหะ รวมถึงโลหะบางชนิด สารที่มีพันธะโคเวเลนต์ เรียกว่า สารโคเวเลนต์ 20. ชนิดของพันธะโคเวเลนต์ มีกี่ชนิด อะไรบ้าง 1 ชนิด ได้แก่ พันธะเดี่ยว 2 ชนิด ได้แก่ พันธะเดี่ยว พันธะคู่ 3 ชนิด ได้แก่ พันธะเดี่ยว พันธะคู่ พันธะสาม ถูกทั้ง ก ข และ ค ตอนที่ 2 อัตนัย 2 ข้อ 10 คะแนน 1. ให้นักเรียนเติมข้อความในช่องว่างให้สมบูรณ์(5 คะแนน) ขั้นที่ 1 โลหะโซเดียมสถานะของแข็งระเหิดกลายเป็นแก๊ส ดูดพลังงาน เรียกพลังงานในขั้นนี้ว่า พลังงานการระเหิด ขั้นที่ 2 อะตอมของโซเดียมในสถานะแก๊สเสียอิเล็กตรอนกลายเป็นโซเดียมไอออน ดูดพลังงาน เรียกพลังงานในขั้นนี้ว่า พลังงานไอออไนเซซัน ขั้นที่ 3 โมเลกุลแก๊สคลอรีนสลายพันธะ ให้เป็นอะตอมเดี่ยวในสถานะแก๊ส ดูดพลังงาน เรียกพลังงานในขั้นนี้ว่า พลังงานพันธะขั้นที่ 4 อะตอมคลอรีนในสถานะแก๊สเมื่อรับอิเล็กตรอนที่หลุดออกจากอะตอมโซเดียมแล้ว กลายเป็น คลอไรด์ไอออนจะ คายพลังงาน พลังงานที่ได้ในขั้นนี้สัมพันธ์กับ สัมพรรคภาพอิเล็กตรอน ขั้นที่ 5 เมื่อโซเดียมไอออนกับคลอไรด์ไอออนในสถานะแก๊สยึดกันเป็นผลึกโซเดียมคลอไรด์จะ คายพลังงาน พลังงานที่ได้ในขั้นนี้เรียกว่า พลังงานแลตทิซ 2. ให้นักเรียนโยงจับคู่ อ่านชื่อสารประกอบดังต่อไป (5 คะแนน) Iron (III) Oxide Ammonium hydroxide Tetraphosphorus decaoxide Scandium (III) chloride dinitrogen monoxide รีวิวครูผู้สอน

chemical reactions atomic structure periodic trends
Use This Worksheet